อันตรายจากการเล่น t25 ที่คุณควรรู้

อันตรายจากการเล่น t25 ที่คุณควรรู้

เพราะโปรแกรมหรือสูตรการบดน้ำหนักด้วยท่าเต้นอย่าง t25 ทำให้หลายคนหันมาใส่ใจและสนใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้น การออกกำลังกายอย่างมีขอบเขตของตัวเอง จะทำให้ร่างกายมีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นโรค อะไรก็ตาม การเล่น t25 จะส่งผลให้สุขภาพของคุณดีขึ้นหรือแย่ลง อยู่ที่คุณด้วยว่า มีการเช็คสภาพร่างกายก่อนเล่น t25 หรือเปล่า หรือคุณหมอได้ห้ามไม่ให้เล่น หรือจำกัดการเล่น t25 ขนาดไหน เรียกว่าผู้ที่เป็นโรคประจำตัวอย่างโรคหัวใจ กล้ามเนื้อ กระดูก ไขข้อ ความดัน ฯลฯ พึงระวังอันตรายที่จะเกิดสำหรับการเล่น t25 มีเรื่องใดบ้างที่คุณควรจะทราบหรือหลีกเลี่ยงค่ะ จะได้หาทางป้องกันทัน

แม้จะเป็นเทรนด์สุดฮอตตามกระแสโลกโซเชียล แต่การเล่น t25 ก็มีอันตรายหรือผลเสียอยู่บ้าง หากไม่รู้จักระวัง เพราะการออกกำลังกายที่มีประโยชน์ก็จริง แต่หากคุณไม่ใส่ในในเรื่องของความปลอดภัยของตัวคุณเองแล้ว การเล่น t25 ต่อไปก็อาจจะไม่ได้ผล และยังส่งผลให้เกิดอันตรายอีกด้วย ซึ่งข้อระวังต่างๆมีอะไรบ้างตามมาดูกันค่ะ

1. t25 คงจะไม่เหมาะสมนักหากคุณมีการพักผ่อนนอนหลับแบบไม่เพียงพอ คนที่เครียดจากงาน จากปัญหาต่างๆ แต่จะระบายออกด้วยการเล่น t25 แนะนำว่าอย่าเพิ่งสนใจ t25 ค่ะ เพราะอาจเกิดอาการหน้ามืดระหว่างการเล่น และอาจทำให้เกิดโรคอื่นแทรกเข้ามาโดยไม่รู้ตัวก็ได้

2.หลังจากที่เล่น t25 ไปได้สักพัก แล้วคุณเกิดรู้สึกถึงอาการเหนื่อย หอบ หรือ ปวดหัวใจ ให้ค่อยๆผ่อนท่าและค่อยๆหยุด อย่าหยุดกะทันหัน และอย่าหักโหมหรือฝ่าฝืนต่อ

3.ส่วนคนที่เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว หรือคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ห้ามเล่น. t25 เด็ดขาด เพราะมีความเสี่ยงสูงและอาจเกิดการเสียชีวิตได้ค่ะ

การออกกำลังกายอย่างหักโหมไม่ว่าจะเป็น. t25 หรือการออกกำลังกายแบบอื่น หากคุณมีโรคประจำตัวที่ห้ามเคลื่อนไหวแรงๆ ควรจะหันไปออกกำลังกายเบาๆ ดีกว่าค่ะเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

 

เคล็ดลับง่ายๆในการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง

เคล็ดลับง่ายๆในการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง

การออกกำลังกาย ด้วยการวิ่งนั้น เป็นการออกกำลังที่สามารถทำได้ง่ายๆทุกเพศ ทุกวัย ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะวิ่งในสนาม สวนสาธารณะ หรือ วิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า ก็ดีไปอีกแบบ อีกทั้งการวิ่งนั้น สามารถทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้ ประเปร่า สดใส สมองตื่นตัว พร้อมรับเช้าวันใหม่ ทั้งยังช่วยเผาผลาญ แคลลอรี่ ที่สะสมอยู่ในร่างกายได้เป็นอย่างดี เคล็ดลับง่ายๆ ในการออกกำลังกายด้วยการวิ่งมีดังนี้

ใช้เวลาว่างที่มีให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งในช่วงเช้า หรือ การวิ่งในช่วงเย็น แต่ถ้าจะให้ดี การออกกำลังกายในช่วงเช้าตรู่นั้น ทำให้ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ ปราศจาก มลพิษ อีกทั้งทำให้ปอดสดชื่น จากการสูดดม อากาศบริสุทธิ์ และกระตุ้น การทำงานของสมองให้สดชื่น ปลอดโปร่ง อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างวินัยในการบริหารเวลาเพื่อสุขภาพอีกด้วย

การเลือกช่วงเวลาในการวิ่งนั้น แล้วแต่เราจะจัดสรร แต่ครบริหารเวลาในการวิ่งให้ดี โดยการวิ่งในช่วงเช้าตรู่ เป็นการส่งเสริมให้ร่างกายนั้น สดชื่น เผาผลาญ ไขมันได้ดี อีกทั้งช่วย ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมองปลอดโปร่ง สดชื่น สดใสตลอดทั้งวันอีกด้วย การออกกำลังกายด้วยการวิ่ง มีเคล็ดลับคือ วิ่งในช่วงเช้าประมาณ 30 นาที และวิ่งแบบเหยาะๆ ไปเรื่อยๆ จะเป็นที่สวนสารธารณะ ก็ได้ เพื่อสร้างบรรยากาศในการวิ่ง ให้ สนุกสนาน และผ่อนคลาย อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มออกกำลังกาย แบบเบาๆ ส่วนการออกกำลังกายด้วยการวิ่งให้ได้ผลดีนั้น ควรนอนหลับ พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ควรนอนดึกๆ เพราะตื่นเช้ามาร่างกายจะรู้สึกอ่อนเพลีย จะทำให้เช้าวันสดใสในการทำงานนั้น ดูแย่ และ อ่อนเพลีย ทำงานแบบไม่มีความสุข ควรจัดสรรเวลาพักผ่อนให้พอดีด้วย

การวิ่งสำหรับช่วงเย็นนั้น ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง ซึ่งจะมีผู้ที่วิ่งในช่วงเย็นจำนวนไม่น้อย เพราะ หลังเลิกงานจะมีเวลาเหลือ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ด้วยการวิ่ง เทคนิคการออกกำลังกายในช่วงเย็นนั้น ก็เป็นช่วงที่หลายๆคนให้ความสนใจ เพราะ ช่วงเย็น จะเผาผลาญ แคลลอรี่ได้ดี อีกทั้ง อากาศไม่หนาว กำลังอบอุ่นจากแดดอ่อนๆในช่วงเย็น รวมทั้งหลังจากการออกกำลังกาย ด้วยการวิ่งในตอนเย็นนั้น ทำให้ร่างกาย นอนหลับได้ง่าย และตื่นมาตอนเช้าย่างสดชื่น สำหรับบุคคลที่เลือกวิ่งทั้งสองช่วงเวลา ทั้งเช้าและเย็นนั้น ถ้าหักโหมมากเกินไป จะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำเยอะ และยังทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และยังเสี่ยงต่อ กล้ามเนื้อฉีกขาดอีกด้วย ควรออกกำลังกายให้พอดี และสมดุลกับสภาพร่างกาย

 

5 วิธีถนอมร่างกายหลังจากการบาดเจ็บด้วยการวิ่ง

5 วิธีถนอมร่างกายหลังจากการบาดเจ็บด้วยการวิ่ง
การออกกำลังกายด้วยการวิ่งนั้น เป็นการออกกำลังกายที่นิมยมกันอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถทำทุกคน ทุกวัยอีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรง หุ่นสวยใส สำหรับหนุ่มๆก็ช่วยฟิตกระชับกล้ามเนื้อให้แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย อีกด้วย ทว่า การออกกำลังกายด้วยการวิ่งนั้น ถ้าหากเกิดการบาดเจ็บนั้น มี 5 วิธีเด็ดๆที่ช่วยคลายความเจ็บปวดให้แก่ร่างกายได้ ดังนี้

1.เมื่อบาดเจ็บด้วยการวิ่ง โดยการวิ่งแล้วรู้สึก ร่างกาย หรือ ขา มีอาการล้า ปวดเมื่อย ให้ใช้การผ่อนคลาย เบาๆ คล้ายๆกับการยืดหยุ่นร่างกาย โดยการปั่นจักรยานแบบ ช้าๆ และนวดด้วยยา ที่ช่วยผ่อนคลายร่างกายที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น เค้าท์เตอร์เพน จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ จากการออกกำลังกาย

2.ถ้าหากการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เกิดอาการกล้ามเนื้อฉีกขาด ซึ่งเป็นอาการที่รุนแรง จากการกกำลังกาย วิ่ง อย่างหนัก หรือ ต่อเนื่อง จะปวดร้าว และรู้สึกตึงมากๆ อย่างบางรายอาจจะต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะกล้ามเนื้อที่อยู่ภายใน จะส่งผลให้ บอบช้ำถึงภายนอก การทายาที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อ อาจจะช่วยเพียงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น อาจจะต้อง รับประทานยาคล้ายกล้ามเนื้อเพิ่ม และ ควรรับประทานตามที่คุณหมอแนะนำ เพราะมิฉะนั้น จะยิ่งทำให้ปวดเรื้อรัง และหายได้ยากอีกด้วย

3.อาการบาดเจ็บ จากการออกกำลังกายจากการวิ่ง ด้วยการหกล้ม สาเหตุอาจจะเกิดจาก อ่อนล้า ขาอ่อนแรง จึงทำให้ร่างกาย อ่อนแอ จริงๆแล้วควรจะพักการออกกำลังกายด้วยการวิ่งไว้ก่อน ค่อยๆเคลื่อนไหว บริเวณที่เจ็บปวด หรือ ทายาที่ช่วยในการคลายกล้ามเนื้อ ส่วนแผล หรือ บริเวณที่หกล้มนั้น อาจจะมีฟกช้ำ เขียวบ้าง ควรใช้ยาล้างแผลที่สะอาด และนวดด้วยยาคล้ายกล้ามเนื้อเบาๆ เพื่อป้องกันการอักเสบของกล้ามเนื้อ และป้องกันแผลจากเชื้อโรค

4.การบาดเจ็บด้วยการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เช่น กล้ามเนื้ออักเสบภายใน เป็นอาการที่ มองไม่เห็น และเจ็บปวดบริเวณภายใน ซึ่ง จะไม่สามารถ รักษาให้หาย ด้วยการทายาคลายกล้ามเนื้อ จากภายนอกได้ เพราะ สาเหตุหลัก อาจจะเกิดจาก การออกกำลังกาย ด้วยการวิ่งที่หักโหม กล้ามเนื้อ ฉีกขาด มากจนเกินไป จนเกิดการอักเสบ จะต้องปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ในการรักษา อาจจะต้องใช้ยา หรือ รับประทานทา ในการช่วยลดความอักเสบในกล้ามเนื้อ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่จะทำให้ร่างกาย หายเป็นปกติ

5.หลังจาก ทายา และรับประทานยา ต่างๆแล้ว ไม่ว่าจะยาทาเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เหรือ การรับประทานยา เพื่อ ลดอาการอักเสบ ของกล้ามเนื้อ การพักรักษาตัว หลังเกิดอาการบาดเจ็บด้วยการวิ่งนั้น คือ การพักผ่อนที่ดี งดออกการออกกำลังกาย และพัก ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด หรือ เมื่อรู้สึกว่าหายปวดแล้ว

 

4 วิธีในการเล่น t25 สำหรับสาวๆมหาวิทยาลัย

กระแสของการเล่น t25 ถือว่ามาแรงเกินคาด เพราะว่าใครต่อใครต่างหันมาเล่น t25 กันหมด เพราะมีการบอกต่อกัน โดยเฉพาะทางโลกโซเชียล ที่มีการแชร์วีดีโอ การเล่นt25 อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มไหน วัยไหน ต่างพากันสนใจที่จะออกกำลังกายด้วยวิธีt25 กัน เพราะผลลัพธ์ ที่หลายคนได้ มันเห็นผลชัดเจนมาก กับการที่มีรูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์ม รูปร่างกระชับ และที่ทำให้ t25 มีการพูดถึงกันอย่างมาก นั่นเป็นเพราะว่าการใช้เวลาอันรวดเร็ว เพียง 25 นาที แต่กลับทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญและทำให้เห็นผลในเรื่องการลดหุ่นได้อย่างชัดเจน แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องทำอย่างเป็นประจำและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะสาวๆ นักศึกษา ที่หันมาแข่งขันกันลดหุ่นด้วยโปรแกรม t25 เพราะไม่เพียงแต่เป็นการใช่เวลาอันรวดเร็วในแต่ละวันเท่านั้น หากแต่การใช้พื้นที่ออกกำลังกายของสาวๆมหาวิทยาลัยนั้น ยังไม่เป็นอุปสรรคอีกด้วย แม้จะอยู่หอพักก็ตาม

1.กับเวลาเพียง 25 นาทีที่ทำให้ หลายคนหันมาสนใจ และมีกำลังใจที่จะลุกฮึดสู้เพื่อความผอมเพรียวอีกครั้ง t25 กับการออกกำลังกายแบบไม่มีหยุด และทำอย่างต่อเนื่อง มันอาจจะหนักสำหรับคนทีไม่เคยได้ทำมาก่อน เพราะมันจะหนักและเหนื่อย หัวใจจะเต้นแรง ก่อนเล่นt25 ควรมีการวอร์มอัพร่างกายแบบเบา ก่อน เพื่อให้กล้ามเนื้อมีการยืดหยุ่น

2.ท่าสำหรับสาวๆที่เพิ่งเริ่มหัดเล่นt25 ซึ่งส่วนใหญ่จะดูจาก ทาเนียร์ (สาวที่อยู่ข้างหลัง ชอวน ในวีดีโอ) เป็นพื้นฐานเบื้องต้น เป็นการออกกำลังกายt25 แบบเบาๆ ซึ่งตามสูตรของt25 จะมีตารางมาให้ ใน5 วัน เราควรเล่นt25 ติดต่อกัน5 วัน แต่จะเป็นช่วงเวลาไหนก็ได้

3.ส่วนของวันเสาร์จะเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพื่อให้ร่างกายๆได้มีการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และในวันอาทิตย์ จะเป็นการยืดกล้ามเนื้อ เพื่อเตรียมร่างกาย ที่จะเล่นt25 ในวันจันทร์ต่อไป

4.สรุปประมาณว่า เราจะต้องมีการพักการเล่นt25 1 วัน และมีการยืดกล้ามเนื้ออีก 1 วัน

ไม่ยากและไม่ง่ายเกินไปสำหรับการเล่นt25 หากสาวๆมีความตั้งใจที่จะลดน้ำหนักจริงๆ หุ่นดีๆอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ

 

วิ่ง อย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ

วิ่ง อย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ

เหล่าบรรดานักวิ่ง ที่ วิ่งเพื่อสุขเสริมสุขภาพให้แข็งแรง นักวิ่งเพื่อการแข่งขัน หรือ นักวิ่ง เพราะอยากรักษาหุ่น ลดความอ้วน ล้วนแล้วแต่ มีจุดประสงค์ ในการวิ่งที่ไม่เหมือนกัน การวิ่งนั้น ถือว่าเป็นการออกกำลังชนิดหนึ่ง ที่ใครๆก็สามารถทำได้ ได้ทุกที่ ทุกเวลา อีกทั้ง ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ อะไรมากมาย ก็สามารถได้สุขภาพที่ดี ส่วนการวิ่งที่ดีนั้น ก็มีหลายแบบ หลายวิธี แต่การวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่หักโหมมากเกินไป ก็ไม่สามารถช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แถมเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ที่วิ่ง แบบผิดวิธีอีกด้วย

การวิ่งเพื่อ สุขภาพนั้น ไม่ควรใช้เวลาในการวิ่งมากเกินไป เพราะการวิ่งนั้น เป็นการออกกำลังกายที่ เคลื่อนไหวกล้ามเนื้อทุกส่วน และมีเหงื่อออก จำนวนมาก ซึ่งเหงื่อนั้น คือ น้ำในร่างกาย ที่ช่วยปรับสมดุล ให้ร่างกายได้มีการขับของเสียในรูปแบบของเหงื่อ อีกทั้งช่วยให้ร่างกาย กระปรี้กระเปร่า ขับสารพิษออกมาในรูปแบบเหงื่อ อีกทั้งยังช่วยในการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้นอีกด้วย การวิ่งเพื่อสุขภาพนั้น ส่วนใหญ่จะได้ผลดี จากการที่เราพักผ่อนน้อย และใช้เวลาในการวิ่งประมาณ 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ไม่ควรเกินไปกว่านั้น หรือ ถ้าหาก ออกกำลังเกิน 1 ชั่วโมงขึ้นไป แนะนำให้หันมาออกกำลังกายอย่างอื่นเสริมด้วย แบบเบาๆ ผ่อนคลาย ไม่หนักจนเกินไป เพราะการออกกลังกายที่หนัก นั้น ควรคำนึง ถึง ผลที่ได้รับด้วย ควรตรวจเชคสภาพของร่างกายให้ดีกว่าไหว หรือไม่ เพราะถ้าหากฝืนออกกำลังกายในสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม จะส่งผลให้เสียสุขภาพ แบบที่ไม่รู้ตัว

วิ่งอย่างไรให้ไม่เสียสุขภาพ อันดับแรก จัดสรรเวลาในการวิ่งให้ดี ไม่เกิน 1 ชั่วโมง และวิ่งแบบเบาๆ วอร์มอัพด้วยการ ยืดหยุ่นร่างกาย กระโดดตบ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญ และอบอุ่น และค่อยๆวิ่งไปเรื่อยๆ รอบสนาม และควรจับเวลา ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน โดยส่วนใหญ่ ระยะเริ่มแรกสำหรับผู้ที่หัดวิ่ง จะอ่อนล้า บริเวณ น่องขามาก ซึ่งความปวดนี่เอง จะทำให้วันต่อๆไป กลายเป็นคนนอนซม ปวยง่ายกันไปเลย ควรจะวิ่งซ้ำ ในวันถัดไป และอดทนในช่วงวันแรกๆ แล้ววันต่อไป คุณจะร฿สึกไม่ปวด และสนุกกับการวิ่งไปเลย จริงๆ แล้วเป็นเรื่องปกติของผู้ที่เพิ่งออกกำลังกายในระยะแรกที่ทำให้เกิดอาการปวดขา ปวดหลัง จะรู้สึกทรมาน เพราะร่างกายเราไม่เคยถูกใช้งาน กระดูดไม่เคยเคลื่อนที่ กล้ามเนื้อไม่เคยถูกกระตุ้นให้เคลื่อนไหว การออกกำลังกายเป็นการกระตุ้นทั้งกล้ามเนื้อและกระตุ้นกระดูกให้เคลื่อนไหว ทั้งนี้ การที่มีความมุมานะ ขยันวิ่ง จัดสรรเวลาสำหรับการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราควรทำ

 

เทคนิคการเลือกซื้อลู่วิ่ง เพื่อสุขภาพ

เทคนิคการเลือกซื้อลู่วิ่ง เพื่อสุขภาพ

การเลือกซื้อลู่วิ่งเพื่อสุขภาพนั้น ควรเลือกการซื้อลู่วิ่ง แบบที่ใช้ได้ระยะยาวๆ ทนทาน แต่ราคาไม่แพงจนเกินไป และสำรวจว่ามีใครบ้างที่จะได้ใช้ ลู่วิ่ง อีกทั้งการเข้าฟิตเนส บางครั้งก็ทำให้เวลาส่วนตัวเราหายไป การซื้อลู่วิ่ง มาประดับบ้านนั้น นับว่าเป็น การตัดสินใจที่ดี ถ้าหากชอบออกกำลังเพื่อสุขภาพ ลู่วิ่งมีหลายชนิด และหลายประเภท อีกทั้งยังช่วยกรัชับความสัมพันธ์ กับคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย การเลือกซื้อลู่วิ่งนั้นหลายๆคนอาจจะกังวลในเรื่องของคุณภาพ อายุการใช้งาน และราคา บทความนี้ได้รวบรวม จากหลายๆคน ที่มีประสบการณ์ซื้อลู่วิ่ง มาเพื่อการออกกำลังกายในบ้านดังนี้

แหล่ง ซื้อ-ขาย ลู่วิ่ง แหล่งซื้อขายลู่วิ่งส่วนใหญ่จะมีตามห้างสรรพสินค้า อย่างเช่น สปอร์ตเวิล์ด ซุปเปอร์สปอร์ต หรือ ร้านขายอุปกรณ์กีฬา ทั่วๆไป แต่การเลือกซื้อที่ถูกต้องนั้น ควรเลือกแหล่ง ที่มีการรับประกันที่ดี เพราะการเลือกซื้อลู่วิ่งนั้น ถ้าหากเป็นยี่ห้อดีๆ ใช้งานนานๆ ไม่รำคาญใจ ก็ราคาเกือบครึ่งแสน หรือบางยี่ห้อ ที่นิยมใช้ตามฟิตเนส ราคาก็แสนกว่าๆ ตามสเปกของลู่วิ่งอีกด้วย

เทคนิคการเลือกแหล่งซื้อ สำหรับ ผู้ที่ชอบออกกำลังกายด้วย ลู่วิ่ง นั้น ส่วนใหญ่ หลายๆท่าน เลือกซื้อตาม ซุปเปอร์ สปอร์ตSuper Sport เพราะจะมีช่วงเซลล์ Sale เพราะบางครั้ง ราคา ที่แปะไว้แพงลิบ อาจจะเป็นราคาส่วนกลาง ที่ตั้งขึ้นมา เพื่อกันลูกค้าต่อลดลงอีก อย่างเช่น โปรโมชั่น ลด ลงจากราคาป้าย 20%-30% เลยทีเดียว

เมื่อเราหาแหล่งที่ซื้อลู่วิ่ง อันดับต่อไป ซึ่งศึกษาก่อนว่าควรวางไว้ที่ใด โดยส่วนใหญ่จะวางไว้ที่ชั้น2 เพื่อป้องกันเวลาเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน เพราะ เครื่องลู่วิ่งไฟฟ้านั้น หนักมาก และไม่เหมาะสำหรับการที่วางไว้แล้วเคลื่อนย้ายบ่อยๆ ส่วนพื้นที่การวางนั้น ควรเป็นบริเวณโล่งกว้าง และ ติดหน้าต่าง หรือ ประตู เพราะการออกกำลังกายบนลู่วิ่ง หรือ การออกกำลังกายโดยทั่วไป เน้น บรรยากาศ ที่ไม่อึดอัด ไม่ตึงเครียด อีกทั้งทำให้ออกกำลังกายได้อย่างสนุกสนาน และมีความสุข ลู่วิ่งไฟฟ้านั้น กินไฟไม่มาก เมื่อเทียบกับ การเปิดแอร์ โดยการเชคระดับกำลังไฟนั้น จริงๆแล้วอยู่ที่การใช้งาน อย่างเช่น ใช้งาน 30นาที หรือ 1ชั่วโมง ค่าไฟ ตกไม่ถึง ชั่วโมงละ 2 บาท ซึ่งคุ้มมากกำลังลงทุนซื้อลู่วิ่งเพื่อออกกำลังกาย อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเวลากับการออกไปข้างนอก เพื่อเข้าฟิตเนส หรือ สวนสาธารณะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบแต่ละบุคคลอีกด้วย ลู่วิ่ง ที่อยู่ในบ้านนั้น เป็นเสมือนเครื่องมืออกกำลังกาย ที่สะดวก จะออกกำลังกายเวลาไหนก็ได้ ไม่เปลืองน้ำมัน ขับรถออกไปข้างนอก เหมาะสำหรับ คนที่ชอบวิ่ง ชอบออกกำลังกาย และไม่ค่อยมีเวลาออกไปไหน เลิกงานดึก ซึ่งในยุคนี้ ลู่วิ่งออกกำลังกาย เรียกได้ว่า หลายๆบ้าน มีติดไว้ เพื่อสุขภาพของคนในครอบครัว

 

5 ขั้นตอนเริ่มเล่นโปรแกรม t25 สำหรับเด็กๆ

5 ขั้นตอนเริ่มเล่นโปรแกรม t25 สำหรับเด็กๆ

เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยได้ยินถึงt25 ที่ตอนนี้กำลังฮิตฮอทติดกระแสขอบโลกออนไลน์อย่างไม่น่าเชื่อว่า เหตุใดการเล่นt25 ถึงได้มีผู้คนหันมาสนใจได้มากถึงขนาดนี้ แถมt25ยังเป็นการออกกำลังกายแบบใหม่ที่ดารา เซเลป ต่างพาสกันหันมาให้ความสำคัญ t25มากกว่าฟิตเนสซะอีกซึ่งนอกเหนือจากผู้ใหญ่แล้ว ยังมีเด็กๆหันมาให้ความสนใจการเล่นt25 อีกมากมาย ซึ่งสำหรับขั้นตอนการเล่นแบบเริ่มแรกของเด็กๆ หรือผู้ที่หัดเล่นนั้น มีวิธีการอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันค่ะ

1.นั่นเพราะผลลัพธ์ที่เล่นt25 แล้วได้ผลอย่างดี และมีเวลาในการเล่นแบบจัดกัดเพียงแค่ 25 นาทีของแต่ละวัน โดยแต่ละท่วงท่าจะต้องมีการเล่นt25อย่างต่อเนื่องอย่างสมูทกัน เป็นการออกกำลังกายที่ไม่หยุด ซึ่งจะมีประสิทธิภาพพอๆกับการออกกำลังกายหรือฟิตเนส 1ชม. เลยทีเดียว

2.สำหรับเด็กๆที่เพิ่งหัดเล่นt25 หรือวัยอื่นๆที่เพิ่งจะหัดเล่นและให้ความสนใจกับการเล่นt25 ซึ่งก่อนอื่น ไม่ว่าจะออกกำลังกายท่าไหนก็ตาม ควรจะทำการวอร์มอัพ เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายซะก่อน เพื่อให้ร่างกายและกล้ามเนื้อมีความพร้อม และมีความยืดหยุ่น ให้กล้ามเนื้อคลาย

3.การเล่นt25เป็นการออกกำลังกายเพียงเวลา 25 นาที ก็สามารถทำให้ร่างกาย มีการเผาผลาญได้อย่างลงตัว เพราะเป็นการออกำลังกายที่ไม่มีการหยุด และทำt25อย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นเพียง 25 นาทีก็ตาม แต่หากเราหยุด ก็เหมือนกับการที่เราเริ่มนับหนึ่งใหม่

4.การเล่นt25 เป็นการใช้ทุกสัดส่วนของร่างกายและกล้ามเนื้อให้มีความสัมพันธ์กัน ประสานกันอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวโดยไม่หยุด ถือเป็นการเบิร์นพลังงานอย่างรวดเร็ว และควรทำจากท่าพื้นฐานง่ายๆ เมื่อทำได้ถึง 5 สัปดาห์แล้ว จึงค่อยๆเริ่มเปลี่ยนท่าใหม่ ที่เริ่มยากขึ้น

5. ซึ่งในคอร์สที่ 2 นั้น จะเน้นการออกกำลังกายส่วนกลางของลำตัว โดยรวมคือหน้าท้องนั่นเอง เพื่อให้เกิดเป็นกล้ามเนื้อท้อง หน้าท้องแบนราบและมีกล้ามแบบซิกแพ็คเล็กๆ ดูเซ็กซี่มากมาย ส่วนคอร์สปิดท้าย จะเน้นเรื่องt25ที่ทำให้หุ่นฟิตและกระชับสุดๆ
5 ขั้นตอนกับหลักการง่ายๆสำหรับเด็กๆที่อยากจะเล่นt25 เพื่อความกระชับและหุ่นที่ดูดีค่ะ ลองทำตามขั้นตอน แล้วค่อยๆทำอย่าหักโหมจนเกินไปนะคะ

 

5 เหตุผลที่เราแนะนำให้คุณเล่น t25

5 เหตุผลที่เราแนะนำให้คุณเล่น t25

t25เป็นกระแสในสังคมออนไลน์และคนทั่วไป ที่กำลังอินเทรนด์อยู่ในขณะนี้ เรียกว่าใครที่ไม่อยากเอาท์ ใครไม่อยากตกเทรนด์ ก็รีบหันมาเล่นt25กันดีไหม เพราะการเล่นt25 เป็นการออกกำลังกายที่ให้ผลดี และไม่ต้องใช้เวลามากมายอะไร

1.t25 เป็นการตอบโจทก์ของผู้เล่นได้อย่างตรงตัว เพราะ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาในการออกกำลังกาย คนที่กำลังมองหาการออกกำลังกายแบบไม่ต้องใช้เวลามาก และเป็นการออกกำลังกายโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ และไม่ต้องมีพื้นที่เยอะ แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับเหตุผลที่จะแนะนำให้คุณหันมาออกกำลังกายด้วยวิธีt25กันค่ะ

2.นอกจากนี้t25ยังง่ายต่อการเล่น เพราะทุกท่าที่เราเห็นจากวีดีโอ ส่วนใหญ่ก็เป็นท่าพื้นฐานง่ายๆ เพียงแต่นำมาผสมผสานให้ต่อเนื่อง และเล่นt25 ในเวลาที่จำกัด เพียงแค่คุณมีรองเท้าผ้าใบคู่เดียว ก็สามารถเข้าร่วมเล่นt25 ได้แล้ว และสามารถเล่นt25 ได้ทุกที่

3.สิ่งที่เป็นห่วงสำหรับการเล่นt25 ก็คือผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ ,กล้ามเนื้อ หรือ ไขข้อ ฯลฯ หรือหอบหืด และมีอาการเหนื่อยง่ายกับการเคลื่อนไหวแบบรุนแรง ซึ่ง ขอแนะนำว่า อย่าเล่นt25 จะดีกว่า เพราะแค่ท่าของt25 พื้นฐาน ก็ทำเอาหลายคนบ่นว่าเหนื่อย และถอดใจไปเลยก็มี

4.ผู้เล่นt25 ควรจะเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม ด้วยการวอร์มร่างกาย เพื่อให้กล้ามเนื้อคลาย และยืดตัวออก เพื่อไม่ให้เวลาที่เราเล่น มันเกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ เพราะการเล่น t25 แม้จะในท่าพื้นฐาน แต่ก็มีท่วงท่าที่รวดเร็วตามจังหวะ และมีการทำอย่างต่อเนื่อง จะต่างจากแอโรบิคที่มีการไล่ท่าแบบเบาๆหาจังหวะหนักๆ

5.ส่วนคนที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย แนะนำให้วอร์มอัพ เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ความพร้อมก่อนถึง 1 อาทิตย์ เพื่อจะได้เล่นt25 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพราะคนที่เล่นt25ได้ผล ก็คือคนที่ใส่ใจ และทำตามขั้นตอนของกฎ ไม่ใช่ว่าใครคิดอยากจะเล่นก็เล่นได้ทุกคน

ด้วยการเล่นของสูตรt25 จะทำให้คุณคุ้มค่าสุดๆกับเวลาที่เสียไป เพราะ 25 นาทีของคุณจะไม่เสียเปล่า หากมีการมุ่งมั่นและตั้งใจ โดยไม่ต้องอดอาหาร t25อีกหนึ่งทางเลือกของคนอยากผอม อยากมีหุ่นกระชับ และสุขภาพที่ดีขึ้นค่ะ

 

5 วิธีง่ายๆในการเริ่มต้น สร้างกำลังใจในการวิ่งเพื่อสุขภาพ

5 วิธีง่ายๆในการเริ่มต้น สร้างกำลังใจในการวิ่งเพื่อสุขภาพ

การออกกำลังกาย โดยการวิ่งนั้น นับว่า เป็นการออกกลังกาย ที่สามารถทำได้ทุกคน และได้ผลดี อีกทั้งยังสร้างสังคม ของการวิ่ง ใน ที่ต่างๆ ตามการจัดการวิ่งเพื่อการกุศล การจัดการวิ่งเพื่อสุขภาพ หรือ การจัดการวิ่ง เพื่อกระชับมิตรในชุมชน เป็นต้น แต่ยังมีหลายๆคนที่อยากออกำลังกายด้วยการวิ่ง แต่ยังไม่พร้อม หรือ ยังไม่มีเวลา ในการวิ่ง มี 5 วิธีง่ายๆในการเริ่มต้น การสร้างกำลังใจในการวิ่ง เพื่อสุขภาพ ดังนี้

1.มองเป้าหมาย ให้ชัดเจน และลงมือทำ โดยเฉพาะ มอง สาวๆ หรือ บุคคลที่หุ่นสวย เป็นตัวอย่าง เกิดคำถามในใจว่า ทำอย่างไรให้หุ่นสวย เฟิร์ม แบบเค้า นอกจากนี้ การมองผู้ที่หุ่นสวยเฟิร์ม กว่าเรา นั้นทำให้เรามีแรงใจ ฮึด ลุกขึ้นมาออกกำลังกายด้วยการวิ่งแน่นอน

2.จัดสรร บริหารเวลาสำหรับการออกกำลังกาย มาเป็นรูปแบบตาราง การออกกำลังกายด้วยการวิ่งส่วนใหญ่นั้น จะอยู่ที่การวิ่งในช่วงเช้า หรือ ไม่ก็ เป็นช่วงเย็น หลังเวลาเลิกงาน สำหรับ ผู้ที่เลิกงานดึกๆ หรือ ไม่มีเวลา ก็เข้าหาฟิตเนส ที่เปิดบริการในช่วงเวลากลางคืน ทำให้เราได้ออกกำลังกายกัน ชนิดที่ว่า การออกกำลังกาย สามารถทำได้ทุกช่วงเวลา

3.การสร้างกำลังในใจในการวิ่งนั้น สำคัญมาก ขึ้นอยู่กับตัวเราล้วนๆ ไม่ควรผัดวันประกันพรุ่ง เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มต้นได้ที่ตัวเรา โดยเฉพาะ สาวๆที่อยากลดน้ำหนัก หรือ แม้แต่หนุ่มๆที่อยากลดน้ำหนัก ไม่กล้าทานอาหารเสริมในการควบคุมน้ำหนัก ซึ่ง อาหารเสริมเหล่านั้น บางก็ไม้ได้ผล หรือ อาจจะเป็นอันตรายแก่ร่างกายบ้าง แต่การวิ่งนั้น ช่วยเผาผลาญ ไขมัน และแคลลอรี่ได้ดีมาก อีกทั้งช่วยสุขภาพดีหลายๆด้าน กระชับสัดส่วน อีกทั้งยังทำให้ระบบเลือดในร่างกายไหลเวียนดี

4.กำลังใจที่จะกระตุ้นให้ออกกำลังกายทุกวันคือ เพื่อนร่วมทางในการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เปรียบเสมือน แรงขับเคลื่อน เป็นอีกสังคมหนึ่ง หรือ จะชักชวน บุคคลในครอบครัวให้ทำกิจกรรม วิ่ง เพื่อสุขภาพด้วยกัน ก็เป็นสิ่งที่ดี นอกจาก ร่างกายจะแข็งแรงแล้ว ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ กับคนในครอบครัวอีกด้วย หรือ จะเป็นเพื่อนๆ ร่วมวิ่ง กัน ก็สนุกไปอีกแบบ

5.การถ่ายรูปตัวเอง ก่อนวิ่งโดยทำเป็น Story ก่อน หลัง การออกกำลังกายโดยการวิ่ง ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้อยากวิ่งมากๆ โดยเฉพาะ ผู้ที่อยากออกกำลังกาย ด้วยการวิ่ง แต่ยังไม่สามารถ จัดสรร เวลาให้ตัวเอง หรือ สร้างแรงจูงใจในการวิ่ง พร้อมทั้ง ชั่งน้ำหนัก และวัดสัดส่วนก่อนวิ่ง และทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ เมื่อออกกำลังกาย ด้วยการวิ่ง อย่างต่อ เนื่อง ภายในระยะเวลา 1-2 เดือน ก็จะเห็นผลทันที

 

เลือกรองเท้าวิ่งอย่างไรให้เหมาะสมกับตนเอง

เลือกรองเท้าวิ่งอย่างไรให้เหมาะสมกับตนเอง

รองเท้าวิ่ง สำหรับ คนออกกำลังกาย นั้น มีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายยี่ห้อ โดยประสิทธิภาพ รูปทรง ก็จะแตกต่างกันไป ตามราคา และยี่ห้อ รวมไปถึง มาตรฐาน ของรองเท้า วัสดุ ของรองเท้าวิ่ง การเลือกรองเท้าวิ่ง ให้เหมาะสมกับเท้าของตนเองนั้น สำคัญมากๆ เพราะหลายๆคน สวมใส่รองเท้าวิ่ง ที่ไม่เหมาะสมกับตนเอง จนเป็นสาเหตุต่างๆที่เราคาดไม่ถึง ก็เป็นได้ มาลองเลือกรองเท้าวิ่งให้เหมาะสมกับตนเอง และถูกใจ สนุกไปกับการวิ่ง

ขั้นแรก การเลือกรองเท้าวิ่งอย่างไรให้เหมาะสม กับตนเองนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของเท้า ควรเลือกให้พอดี ไม่แน่นจนเกินไป หรือ หลวมจนเกินไป โดยเผื่อ ระยะ ของการสวมใส่ถุงเท้าเข้าไปด้วย การเลือกซื้อรองเท้ากีฬา สำหรับการวิ่งนั้น ควรเลือกที่กระชับ และรองรับเท้าได้ดี พื้นรองเท้าระบายอากาศได้ดี โดยหลักการเลือกนั้น จะคล้ายกับการเลือกรองเท้าผ้าใบทั่วไป แต่ การรองเท้าควรจะใส่ให้พอดี ไม่เผื่อ หลวม เพราะ เวลาที่เราวิ่งนั้น รองเท้าอาจจะหลุดได้ ทั้งนี้ เทคนิคการเลือกรองเท้าวิ่งสำหรับเรา มากที่สุดนั้นคือ เลือกสรีระ ของรองเท้า แบบโค้งมนด้านใน และนุ่มสบาย และเป็นแบบผ้าใบเชือกรัด แบบมาตรฐาน อีกทั้งให้สังเกตตรงช่อง ระบายอากาศ ว่าพอดีไหม เพราะกลิ่นอับ ที่เกิดจากการที่เงื่ออกในการวิ่งของเรา จะทำให้เท้าเหม็น อับชื้น อาจจะเป็นแหล่งที่มาของเชื้อโรคต่างๆ จึงควรเลือกรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี นุ่มเท้า กระชับสัดส่วนเท้า ไม่ใหญ่จนเกินไป หรือ คับจนเกินไป การเลือกรองเท้าผิดๆ นอกจากไม่ได้ช่วยให้การออกกำลังกาย อย่างการวิ่ง เกิดความสุขแล้ว ยังทำให้ เจ็บปวดข้อเท้า และอาจจะเข็บปวดถึงขั้นเรื้อรังแบบที่ไม่รุ้ตัวเลยก็เป็นได้

จริงๆแล้วหลักการเลือกรองเท้าวิ่งให้เหมาะสมกับตนเองนั้น มีไม่มาก และสามารถ เลือกได้อย่างชำนาญ กันทุกคน โดยเฉพาะ ที่ห้างสรรพสินค้า จะมีขนาด สี รูปทรง หลากหลายยี่ห้อ ไว้ให้เลือกชม และทดลองใส่ เพราะราคารองเท้าวิ่ง อย่างดี และทนทาน แต่ละคู่ ก็ราคาหลายบาท หลักพัน หลักหมื่น ก็มี แต่ขั้นแรก ควรเลือกให้พอดี นุ่มสบายเท้าไว้ก่อน ส่วนเรื่องสี รูปทรง ก็เป็นเรื่องที่รองลงมา รวมไปถึง คำนึงเรื่องความทนทาน และเรื่องของสายรองเท้า ควรเป็นสายที่ไม่ยาวมากเกินไป เพราะสายยาวมากไปอาจจะทำให้ สายรองเท้าคลาย และวิ่งแล้วสะดุดล้มได้ การเลือกรองเท้าวิ่งให้เหมาะสมกับตนเองนั้น เน้นการใส่แล้วรู้สึกสบาย วิ่งแล้วไม่ปวดขาเป็นหลัก รองเท้าวิ่งที่ดี เป็นการส่งเสริม สุขภาพขา และข้อเท้าที่ดีเช่นกัน และควรเลือกรองเท้าให้ถูกประเภท อย่างสาวๆบางคน ชอบผ้าใบสวยๆ เท่ๆ ไว้วิ่ง แต่ทว่า ใช้รองเท้าผิดประเภทใส่วิ่งนั้น อาจจะทำให้ปวดส้นเท้า และข้อเท้าแพลงได้